Gancini โลโก้ตะขอคู่จาก Salvatore Ferragamo กับแคมเปญดิจิตอล

ถ้าจะพูดถึงแบรนด์ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม (Salvatore Ferragamo) แล้ว สิ่งที่เด่นชัดออกมานอกเหนือจากงานออกแบบดีไซน์เนี้ยบ และเครื่องหนังคุณภาพ คงหนีไม่พ้นโลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นรูปเกือกม้า 2 อันมาประกบกัน แต่แท้จริงแล้วโลโก้นี้ได้แรงบันดาลใจมากจากตะขอ 2 ชิ้น และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Gancini

ทำไม Gancini จึงเป็นสิ่งสำคัญกับซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม

     “Gancini” เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ‘ตะขอเล็กหลายตะขอ’ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโมแล้ว Gancini เป็นอะไรที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1950’s ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ออกแบบ Gancini รุ่นแรกโดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานเหล็กประดับบนประตูสำนักงานใหญ่ที่พาลัซโซ สปินิ เฟโรนิ (Palazzo Spini Feroni) ในเมืองฟลอเรนซ์ เช่นเดียวกับเครื่องมือตะขอก้ามปูเหล็กข้างอาคารที่ใช้สำหรับล่ามม้าที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน จึงทำให้ Gancini กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ตลอดระยะเวลากว่า 92 ปี

ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม ผู้ก่อตั้งแบรนด์

 เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของสัญลักษณ์ Gancini คือการเป็นสิ่งเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นในไอเท็มต่างๆ ทั้งรองเท้า เข็มขัด หรือกระเป๋า รวมถึงในลายโมโนแกรมใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบโดยพอล แอนดรูว์ (Paul Andrew) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนปัจจุบันของแบรนด์

     การออกแบบลายโมโนแกรมใหม่ล่าสุดของพอล แอนดรูว์ เป็นการนำสัญลักษณ์ Gancini มาตีความใหม่ให้ทันสมัย แต่ก็ยังคงความคลาสสิกเอาไว้อย่างครบถ้วน โดยเป็นการสับหว่างตะขอ Gancini เชื่อมต่อกันด้วยตะขอสีดำและตะขอลายเส้นเฉียงลงบนพื้นสีขาวเบจ

แคมเปญดิจิตอลฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2019 ของซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม ที่แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาร่วมงาน

“ในฐานะนักออกแบบ ผมชื่นชมความหรูหราตามธรรมชาติที่อยู่ในความเรียบง่ายแสนประณีตและพลังดึงดูดของรูปทรง Gancini นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติของความเป็นคู่ (Duality) ในรูปแบบของตะขอ 2 ชิ้นที่เชื่อมต่อและจับยึดเข้าด้วยกัน ความงามของรูปทรง Gancini คือสิ่งที่ผมพยายามทำให้เด่นชัดและลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการสร้างสรรค์ลายโมโนแกรม Gancini ใหม่จากซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม” พอล แอนดรูว์กล่าว

     อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในคอลเล็กชั่นนี้คือการที่แบรนด์ซัลวาทอเร่ เฟอร์รากาโม ได้ร่วมงานแคมเปญดิจิตอลกับแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ทั้งไบรอัน บอย (Bryan Boy),  ดิเอต์ ปราดา (Diet Prada), เปลาโย ดิอาซ (Pelayo Díaz), คาโร เดาร์ (Caro Daur), ออเรตา (Aureta) และซูซี่ บับเบิล (Susie Bubble) ในการครีเอตดิจิตอลแคมเปญซึ่งเป็นหนังสั้น Made in Florence โดยได้ไบรอัน บอย เป็นผู้กำกับในครั้งนี้